องค์การสหประชาชาติ

Posted on

องค์การสหประชาชาติ

548

แนวคิดในการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติเกิดจากความต้องการจัดตั้งองค์กรที่เป็นกลาง ซึ่งสามารถดำเนินการรักษาสันติภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพแทนองค์การสันนิบาตชาติที่ประสบความล้มเหลว เพราะไม่สามารถช่วยให้ประเทศเล็กๆ รอดพ้นจากการคุกคามของประเทศใหญ่ได้

ใน ค.ศ. 1941 ขณะที่สหรัฐอเมริกายังไม่ได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้นำของอังกฤษและสหรัฐอเมริกา คือ เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Sir Winston Churchill) และ นายแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) ได้พบปะกัน และเห็นพ้องกันว่าควรจัดตั้งองค์กรที่เป็นกลางเพื่อธำรงรักษาสันติภาพภายหลังที่สงครามโลกยุติลงจึงนำไปสู่การจัดทำกฎบัตรแอตแลนติก (Atlantic Charter) และมีการประกาศก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ (Declaration of the United Nations) ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1942 ต่อมาใน ค.ศ. 1945 ประเทศสมาชิกแรกก่อตั้งจำนวน 51 ชาติ ได้ลงนามในกฎบัตรก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ และถือเอาวันที่ 24 ตุลาคมของทุกๆ ปีเป็นวันสหประชาชาติ ส่วนประเทศไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 55 ขององค์การสหประชาชาติ

องค์ประกอบขององค์การสหประชาชาติ องค์การสหประชาชาติมีองค์ประกอบ ดังนี้

สมัชชาใหญ่ ได้แก่ ที่ประชุมใหญ่ของประเทศสมาชิก แต่ละประเทศมีสิทธิในการออกเสียงเท่าเทียมกันประเทศละ 1 เสียง ใน ค.ศ. 2009 สมัชชาใหญ่ของสหประชาชาติมีสมาชิกรวม 192 ประเทศ
5554
คณะมนตรีความมั่นคง ทำหน้าที่รักษาสันติภาพของโลก ด้วยการแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีสมาชิกรวม 15 ชาติ ประกอบด้วยสมาชิกถาวร ซึ่งไม่มีสิทธิ์ใช้อำนาจยับยั้ง (Veto) การลงมติของคณะมนรีความมั่นคง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต อังกฤษ ฝรั่งเศสและจีนรวม 5 ชาติ และสมาชิกไม่ถาวรซึ่งได้รับเลือกจากสมัชชาใหญ่ 10 ชาติ มีวาระ 2 ปี สมาชิกไม่ถาวรไม่มีสิทธิ์ใช้อำนาจยับยั้ง

คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคม มีหน้าที่ให้คำเสนอแนะในการแก้ปัญหาด้านสังคมและเศรษฐกิจ

คณะกรรมการภาวะทรัสตี มีหน้าที่ดูแลดินแดนที่ยังไม่ได้รับเอกราชให้มีความพร้อมที่จะปกครองตนเอง

องค์การชำนาญพิเศษ เช่น FAO (องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ) WHO (องค์การอนามัยโลก) ILO (องค์การแรงงานระหว่างประเทศ) UNESCO (องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ) UNHCR (สำนักงานผู้อำนวยการคณะกรรมการผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ) ฯลฯ

หน่วยงานเลขาธิการ บริหารงานโดยเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุมของสมัชชาใหญ่ มีวาระ 5 ปี

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ทำหน้าที่พิจารณาคดีระหว่างประเทศที่คู่กรณียินยอมนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลระหว่างประเทศ ดังเช่น กรณีเขาพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชา นอกจากนี้คดีที่มีผู้เสียหายระหว่างประเทศ ก็สามารถทำการฟ้องร้องต่อศาลระหว่างประเทศได้ ดังเช่น กรณีเขมรแดงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมรนับล้านคน ผู้เสียหายได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลระหว่างประเทศ

ผลงานของอค์การสหประชาชาติ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาองค์การสหประชาชาติสามารถช่วยแก้ปัญหาให้แก่ชาวโลกได้เป็นจำนวนมาก เช่น
การระงับกรณีพิพาทระหว่างประเทศ สหประชาชาติสามารถระงับกรณีพิพาทได้หลายกรณี โดยส่งกองกำลังจากประเทศสมาชิกเข้าร่วมรบหรือตรึงกำลังของทั้งสองฝ่ายไว้ ผลงานที่ผ่านมา ได้แก่ สงครามเกาหลี สงครามตะวันออกกลาง (ยิว – อาหรับ) สงครามกลางเมืองในบอสเนีย สงครามในติมอร์ตะวันออก ฯลฯ

การช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม สหประชาชาติช่วยขจัดปัญหาความยากจนและความอดอยากในประเทศที่ล้าหลังและด้อยพัฒนาที่ไม่อาจช่วยตนเองได้ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหประชาชาติให้ความช่วยเหลือประเทศเกิดใหม่ ปัจจุบันสหประชาชาติยังคงให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ล้าหลังในทวีปแอฟริกาซึ่งส่วนใหญ่มักจะยากจน ขาดการศึกษาและมีสภาพบ้านเมืองวุ่นวาย

การร่วมมือทางด้านการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรม องค์การยูเนสโก (UNESCO) ช่วยฟื้นฟูโบราณสถานและศิลปวัตถุ รวมทั้งการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกของสถานที่สำคัญในประเทศต่างๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมซึ่งเป็นมรดกของมนุษยชาติ

การร่วมมือเพื่อต่อต้านการคุกคามประเทศที่อ่อนแอ สหประชาชาติใช้วิธีการคว่ำบาตรและการต่อต้านเพื่อลงโทษประเทศที่คุกคามประเทศอื่นซึ่งอ่อนแอกว่า เช่น การคว่ำบาตรอิรักที่ก่อสงครามในอ่าวเปอร์เซีย การคว่ำบาตรประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งดำเนินนโยบายเหยียดผิว การประกาศคว่ำบาตรเกาหลีเหนือที่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ เป็นต้น

ปัญการขององค์การสหประชาชาติ
องค์การสหประชาชาติประสบปัญหาและอุปสรรคในการบริหารงานหลายประการ ที่สำคัญได้แก่

ประการแรก สหประชาชาติไม่สามารถระงับข้อขัดแย้งที่มีประเทศมหาอำนาจเข้าแทรกแซงหรือเป็นคู่กรณีได้อย่างเด็ดขาด เพราะประเทศนั้นๆ จะใช้สิทธิยับยั้งการลงมติของคณะมนตรีความมั่นคง เช่น สหรัฐอเมริกาใช้สิทธิยับยั้งไม่ให้มีการนำปัญหาสงครามเวียดนามที่สหรัฐอเมริกาเข้าไปรุกรานเวียดนามเหนือเข้าสู่การพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และกรณีสหภาพโซเวียตใช้สิทธิยับยั้งเมื่อสหประชาชาติลงมติประณามการที่สหภาพโซเวียตบุกอัฟกานิสถาน

ประการที่สอง สหประชาชาติประสบปัญหาเรื่อสถานะทางการเงินซึ่งอยู่ในภาวะไม่สมดุลระหว่างรายรับและรายจ่าย เนื่องจากสหประชาชาติไม่สามารถแสวงหารายได้เพื่อผลกำไร ทั้งรายรับที่มาจากเงินบำรุงค่าสมาชิกก็น้อยกว่ารายจ่าย สมาชิกบางส่วนไม่ได้จ่ายค่าสมาชิกเพราะเป็นประเทศยากจนไม่สามารถจ่ายค่าสมาชิกได้ และบางประเทศค้างจ่ายค่าสมาชิกทั้งๆ ที่สามารถจ่ายได้

ประการที่สาม ปัญหาการปฏิรูปองค์การสหประชาชาติ ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ต้องการให้มีการปฏิรูปองค์การสหประชาชาติ เนื่องจากกฎบัตรสหประชาชาติบางส่วนล้าหลัง ที่สำคัญองค์การสหประชาชาติก่อตั้งขึ้นโดยประเทศมหาอำนาจฝ่ายพันธมิตรซึ่งเป็นผู้ชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นมหาอำนาจในช่วงสงครามเย็น แต่ในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคหลังสงครามเย็น ดุลอำนาจของโลกคือเศรษฐกิจ สมาชิกหลายประเทศจึงเสนอให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้เหมาะสมกับภาวการณ์ของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s